หลายคนที่ติดตามวงการทีป็อปคงคุ้นหน้าคุ้นตากับสมาชิกวง 4EVE เป็นอย่างดี บทความนี้จะพาไปรู้จัก แฮนน่า 4EVE ประวัติ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงเส้นทางธุรกิจของเธอ

อ้างอิง: ข่าวสด
รู้จักแฮนน่า 4EVE ประวัติคร่าวๆ
แฮนน่า โรสเซ็นบรูม (Hannah Rosenbloom) หรือที่แฟนคลับรู้จักในชื่อ แฮนน่า 4EVE เป็นสาวลูกครึ่งลาว-อเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีมารดาเป็นชาวลาวและบิดาเป็นชาวอเมริกัน
เธออาศัยอยู่ในประเทศไทยจนถึงอายุประมาณ 8 ขวบ ก่อนจะย้ายกลับไปใช้ชีวิตที่ประเทศลาวพร้อมครอบครัว ช่วงเวลานี้เองที่หล่อหลอมให้เธอมีความสามารถหลายด้านทั้งการร้อง การเต้น และการแสดง
เส้นทางก่อนเข้าวงการก่อนเป็นสมาชิก 4EVE
ก่อนจะมาเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงไทย ประวัติแฮนน่า 4EVE ในวัยเยาว์เต็มไปด้วยการแข่งขันและการประกวดหลายเวทีในประเทศลาว
เธอเริ่มเข้าร่วมการแข่งขันร้องเพลงตั้งแต่อายุ 14 ปี แม้ครั้งแรกจะไม่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ แต่ในปีถัดมาเธอสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สำเร็จ

อ้างอิง: workpointTODAY
ความสำเร็จในเวทีลาวก่อนดังในไทย
ในปี 2562 แฮนน่าเข้าร่วมการประกวดมิสทีนลาวและได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศ นอกจากนี้เธอยังติดท็อป 3 จากการประกวดซูเปอร์โมเดล และมีผลงานแสดงในซีรีส์โทรทัศน์ของลาวถึง 4 เรื่อง ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงไทยอย่างเต็มตัว
จุดเปลี่ยนสู่การเป็นสมาชิกวง 4EVE
ในปี 2563 แฮนน่าตัดสินใจเข้าร่วมรายการเซอร์ไววัล โฟร์อีฟเกิร์ลกรุปสตาร์ เพื่อค้นหาสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปไทยรุ่นใหม่ในนาม 4EVE
ผลปรากฏว่าเธอได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเจ็ดสมาชิกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563 สังกัดค่าย XOXO Entertainment
ผลงานเพลงร่วมกับวง 4EVE
นับตั้งแต่เดบิวต์ แฮนน่าร่วมสร้างผลงานกับวง 4EVE มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสตูดิโออัลบั้ม อัลบั้มพิเศษ และซิงเกิลอีกหลายเพลง
แฮนน่าร่วมสร้างสรรค์ผลงานฮิตในฐานะสมาชิก 4EVE มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสตูดิโออัลบั้มหลัก ได้แก่
- The First Album (2564): อัลบั้มเปิดตัวที่รวมเพลงสร้างชื่อ เช่น
- Oohlala!
- วัดปะล่ะ? (Test Me)
- ข้อยกเว้น (Exemption)
- Less is More (2566): อัลบั้มที่สอง ประกอบด้วยเพลงฮิตอย่าง
- Booty Bomb
- หยดน้ำตา (Tears)
- สิ่งเล็กน้อย (Less is More)
- Now Or Never (2567): อัลบั้มพาร์ทแรกของโปรเจกต์ที่มาพร้อมเพลงเช่น
- Situationship
- ชอบป่ะเนี่ย (I Like You)
ผลงานอื่นๆ ของแฮนน่า
นอกเหนือจากงานเพลงและงานแสดงหลักแล้ว แฮนน่ายังมีผลงานด้านการเป็นพรีเซนเตอร์และงานโฆษณาให้กับแบรนด์ต่างๆ อยู่หลายครั้ง
| ปี | ผลงาน | รายละเอียดโดยย่อ |
| 2564 | โฆษณา Dermaction Plus by Watsons | ปรากฏตัวร่วมกับสมาชิกวงในแคมเปญผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าสำหรับผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิว |
| 2564 | เปิดตัวสมาร์ทโฟน OPPO A95 | ร่วมเป็นพรีเซนเตอร์รุ่นล่าสุดพร้อมสมาชิกวง 4EVE ทั้ง 7 คน |
| 2567 | แบรนด์พรีเซนเตอร์รถยนต์ไฟฟ้า OMODA C5 EV | ร่วมกับสมาชิกวงในฐานะพรีเซนเตอร์คนไทยกลุ่มแรกของแบรนด์ |
ผลงานการแสดงของแฮนน่า
นอกจากงานร้องเพลงในวง 4EVE แฮนน่ายังขยายบทบาทสู่วงการแสดงอย่างจริงจัง ในปี 2566 เธอได้รับบทนำในภาพยนตร์สยองขวัญของลาวเรื่อง The Signal ซึ่งกำกับโดยลี พงสะหวัน
และผลงานเรื่องนี้ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเซี่ยงไฮ้
ในปีเดียวกันนั้นเอง เธอยังได้รับบทเป็นกรกตในละครไทยเรื่อง กามเทพก้นครัว ทางช่องเวิร์คพอยท์ ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้แฟนคลับได้เห็นความสามารถด้านการแสดงของเธอมากขึ้น

อ้างอิง: ไทยรัฐ
ส่องธุรกิจ Hanari ของแฮนน่า 4EVE
แฮนน่าเปิดร้านมัลติสโตร์ในชื่อ Hanari ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ซึ่งมีการพูดถึงว่าเธอลงมือดูแลธุรกิจนี้ด้วยตนเองในฐานะซีอีโอ
ร้าน Hanari มีความหลากหลายของสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในหลายด้าน ดังนี้
- จำหน่ายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามหลากหลายแบรนด์
- จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นสำหรับผู้หญิงในสไตล์ที่แฮนน่าคัดสรรเอง
- มีการขยายไปสู่ธุรกิจคาเฟ่ในชื่อ Hanari Cafe เพื่อเพิ่มประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า
- มีกิจกรรม DIY และบอร์ดเกมให้เล่น
กระแสตอบรับจากแฟนคลับต่อธุรกิจของเธอ
การเปิดตัวธุรกิจ Hanari ได้รับความสนใจจากแฟนคลับทั้งชาวไทยและชาวลาวเป็นจำนวนมาก หลายคนแสดงความยินดีที่เห็นเธอเติบโตในบทบาทของนักธุรกิจควบคู่ไปกับงานศิลปิน
ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการถึงแผนขยายสาขาในอนาคต แต่กระแสตอบรับที่ดีก็ถือเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง
บทสรุป
แฮนน่า 4EVE ประวัติ ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นเส้นทางของสาวลูกครึ่งลาว-อเมริกันที่มุ่งมั่นพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวทีประกวดในลาว สู่การเป็นสมาชิกวง 4EVE
งานแสดงภาพยนตร์และละคร ไปจนถึงการต่อยอดสู่ธุรกิจ Hanari ในบ้านเกิด เส้นทางของแฮนน่า โรสเซ็นบรูม จึงเป็นตัวอย่างที่น่าติดตามสำหรับใครที่สนใจทั้งวงการบันเทิงและการทำธุรกิจควบคู่กันไป





